
ยู้ฮู มีใครอยู่บ้านเราไม๊น๊ออออ หายหน้าไปหลายวัน บ้านเงียบเชียว มีร่องรอยคนมาเยือนนิดหน่อย แต่เค้าคงขี้เกียจคอยเจ้าของบ้าน ก็เลยเดินจากไปแล้วล่ะ เห่อๆๆๆ ทำไงได้ล่ะ แม้แต่เจ้าของบ้านเอง ยังไม่สนใจแวะเวียนมาบ้านตัวเอง จะไปเรียกร้องให้คนอื่นมาช่วยดูแลบ้านได้ไง จริงไม๊
งานเยอะขึ้น มีภาระกิจมากขึ้น (ไม่ชอบเลยคำแก้ตัวนี้) ทำให้เกิดความล้าขึ้นภายในร่างกาย ส่งผลกระทบมาถึงจิตใจ พลอยให้ไม่อยากทำอะไร และมองข้ามไปในที่สุด แย่จัง...
ห่างหายไป ก็ใช่ว่าจะเอาเวลาไปทุ่มกะงานซะทีเดียวหรอก แต่เนื่องจากมีพรรคพวกเพื่อนฝูงแวะเวียนมา ก็ต้องต้อนรับ ต้องดูแลกันหน่อย พาเพื่อนท่องเมืองบางกอก เพื่อนอยู่ได้สามวันแล้วก็บอกว่า ที่นี่ไม่เหมาะกะชั้น กลับเจียงใหม่บ้านเฮาดีกว่า ว่าแล้วก็เก็บกระเป๋าบินกลับซะงั้นน่ะ ทิ้งเราเหงาอยู่บางกอกอีกแล้วววววว
โชคดีที่ยังพอจะคิดได้ว่า ไม่มีที่ไหนที่เราจะอยู่คนเดียวในโลกนี้หรอก เรายังมีคนรอบข้างอีกเยอะ อิอิอิ (ปลอบใจให้ดูดี) ก็นั่นแหละนะ อย่างน้อย การมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ คอยคิด คอยฟัง คอยเป็นเพื่อน เป็นคนพิเศษ แม้เค้าจะไม่เพอร์เฟคอย่างที่เราคาดหวังไว้ แต่เค้าก็คือเค้า คนธรรมดาคนหนึ่ง ที่ทำให้เราเป็นสุขใจ เพียงเท่านี้ก็น่าจะพอใจแล้วมิใช่รึ
เหนื่อยกับการจะต้องมาคอยระแวง คอยวิตกกังวลว่าเค้าจะดีกับเรา เหมือนอย่างที่เราดีกับเค้ารึเปล่า เหนื่อยกับการพยายามสร้างกำแพงในใจ เพียงเพราะเกรงว่าวันนึงเมื่อเค้าจากเราไปแล้วเราจะอยู่ไม่ได้
คงต้องถึงเวลาบอกตัวเองให้เปิดใจ เพื่อเรียนรู้ใครบางคนที่เข้ามาในชีวิต เปิดใจศึกษาเค้า คงต้องละทิ้งความเศร้าโศกไว้กับอดีตเสียบ้าง แล้วลองมองไปข้างหน้าอีกครั้ง ลุกขึ้นเดินทางอีกสักรอบ อย่างน้อย การเดินทางในครั้งนี้ ณ จุดเริ่มต้นของการเดินทาง ก็ยังมีคนใจดีคนนึงอยู่ข้าง ๆ ไม่ว่าระยะทางจะยาวแค่ไหน และบอกไม่ได้ว่า เค้าคนนั้นจะเดินไปกับเราจนถึงจุดหมายปลายทางรึเปล่า แต่ชีวิตนี้จะไม่ได้เรียนรู้อะไร ถ้าไม่คิดจะลองมิใช่รึ
เรียนรู้ที่จะรักใครอย่างมีสติ มีเหตุผล และตั้งตนอยู่บนความพอดี บนพื้นฐานของตัวเราเอง คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดที่จะสามารถสอนตัวเองได้ ณ เวลานี้
อาจจะหยุดพักการเขียนบล๊อคไปบ้าง แต่ยังอยู่ที่เดิม ยังเป็นคนเดิม ที่ยังต้องเดินต่อไป
เพื่อใครสักคน หรือหลาย ๆ คนที่รอเรา และใครเหล่านั้น ก็มีค่าเพียงพอต่อการรอคอย